ถอดบทเรียน Move to Heaven เหตุการณ์ตึกถล่มที่เกิดขึ้นจริงในปี 1995

หลังจากดูซีรีส์ Move to Heaven จบ นอกเหนือจากความประทับใจที่เต็มไปด้วยหยดน้ำตาแล้ว เราพบว่าซีรีส์เรื่องนี้ยังมีอีกหลายประเด็นทางสังคมที่ถูก ‘ซุกซ่อน’ เอาไว้ภายใต้ความแหลกสลายของใจผ่านเนื้อเรื่อง โดยเฉพาะในซีนย้อนอดีตอย่าง ‘เหตุการณ์ตึกถล่ม’ ที่ปรากฏใน EP.8

ดังเช่นเรื่องราวในคอนเทนต์นี้ที่ผู้ชมต่างสงสัยกับเหตุการณ์ถล่มของ ‘ห้างสรรพสินค้าซัมพุง’ ที่ทำให้โจซังกูเข้าใจฮันจองอูผิดมาตลอดหลายปี ว่าแท้จริงแล้วเหตุการณ์นี้มีที่มาที่ไปอย่างไร ข้อเท็จจริงในซีรีส์และเหตุการณ์จริงเหมือนกันหรือไม่ มา ‘เรียนรู้’ และ ‘ทำความเข้าใจ’ ไปพร้อมกัน

“อยากได้ของขวัญแบบไหนล่ะ” – ฮันจองอู

“Nike ไม่ใช่ของปลอมนะ เอาของจริง ต้องซื้อจากห้างใหญ่ๆ ในโซล” – โจซังกู

ย้อนกลับไปช่วงวัยเด็ก บทสนทนาข้างต้นเกิดขึ้นในวันเกิดของโจซังกูที่ดูเหมือนจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ห้างสรรพสินค้าซัมพุงไปมากกว่าการที่พี่ชายของเขาเดินทางไปซื้อรองเท้า Nike ให้ แต่เมื่อลองค้นข้อมูลลึกลงไป จึงไม่แปลกใจว่าทำไมฮันจองอูถึงเลือกเดินทางมาที่ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ 

ห้างสรรพสินค้าซัมพุงเริ่มก่อสร้างเมื่อเดือนพฤษภาคม 1987 ในย่านซอโช โซล และเปิดทำการวันแรกวันที่ 1 ธันวาคม 1989 ซึ่งในเวลานั้นนับเป็นห้างที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ (อันดับ 1 คือห้าง Lotte ในมยองดง) มาพร้อมคอนเซปต์ห้างสุดหรูที่มีสินค้าแบรนด์เนมจำนวนมาก (บางแบรนด์เข้าถึงยาก) มาเปิดช็อปและวางจำหน่าย โดยสามารถดึงดูดใจลูกค้าจากย่านซอโชและคังนัม (สองเขตนี้อยู่ติดกัน) ให้มาใช้บริการได้เป็นจำนวนมาก ถึงขนาดที่ว่าสามารถทำยอดขายได้เป็นอันดับ 7 จากห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศในปี 1994

สำหรับโจซังกูที่เกิดปี 1986 ห้างซัมพุงที่ถือกำเนิดขึ้นไล่เลี่ยกับเขาน่าจะเป็นห้างใหญ่และใหม่เอี่ยมที่เต็มไปด้วยของสินค้าของแท้ (ห้างซัมพุงมีทั้งหมด 5 ชั้นบนดินและ 4 ชั้นใต้ดิน) ซึ่งแน่นอนว่าพี่ชายอย่างฮันจองอูก็ทำตามโจทย์ที่ได้รับจากน้องชายได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน

Move to Heaven Sampoong

เหตุการณ์ตึกถล่ม เรื่องจริงที่ถูกนำเสนอในซีรีส์ Move to Heaven

“วันที่ 29 มิถุนายน 1995 ห้างสรรพสินค้าซัมพุงในย่านซอโชดง โซล ถล่มกะทันหัน เนื่องจากการวิบัติของโครงสร้าง ซึ่งทำให้คนมากกว่า 1,000 คนเสียชีวิตและบาดเจ็บครับ

“เมื่อเวลา 17.52 น. ทั้งอาคารถล่มลงภายในเวลา 20 วินาที ส่งผลให้ทรัพย์สินเสียหายเป็นมูลค่ากว่า 2.7 แสนล้านวอน มีผู้เสียชีวิต 501 ราย บาดเจ็บ 937 ราย และหายสาบสูญ 6 ราย เป็นเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดตั้งแต่สงครามเกาหลีครับ” – ฮันกือรู

จากข้อมูลของฮันกือรู เราพบว่าความแตกต่างของข้อมูลในเหตุการณ์จริงและสิ่งที่ฮันกือรูบอกแทบไม่แตกต่างกัน เพราะเหตุการณ์ห้างซัมพุงถล่มนั้นเกิดขึ้นในวันที่ 29 มิถุนายน 1995 และสร้างความเสียหายกว่า 2.7 แสนล้านวอนจริง จะมีข้อมูลที่แตกต่างกันบ้างก็ตรงที่บางเว็บไซต์ระบุเวลาถล่มของห้างไว้ที่ 17.57 น. และจำนวนผู้เสียชีวิต 502 คนที่เป็นเพียงความแตกต่างเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่ระบุว่า เหตุการณ์ห้างซัมพุงถล่มเป็นเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดเป็นอันดับ 10 (จากภัยพิบัติที่เกี่ยวข้องกับการพังทลายของอาคารของโลก)

ซึ่งในซีนดังกล่าวยังมีอีกหนึ่งดีเทลเล็กๆ น้อยๆ ปรากฏในซีรีส์ ซีนที่โจซังกูวัยเด็กดูข่าวเหตุการณ์ห้างซัมพุงถล่มในสถานีรถไฟ โดยข่าวดังกล่าวนำมาจากข่าวโทรทัศน์ที่ออกอากาศจริง ที่คาดเดาว่าหนึ่งในเหตุการณ์สะเทือนใจคนเกาหลีนี้น่าจะทำให้หลายคนจดจำข่าวในโทรทัศน์ที่ดูในวันนั้นได้ จึงทำให้ซีรีส์เลือกนำข่าวที่ออกอากาศจริงมาใช้ รวมถึงฟุตเทจที่น่าจะรวบรวมมาจากหลายคลิปที่มีผู้บันทึกเหตุการณ์ในช่วงนั้นไว้เช่นกัน 

สัญญาณบอกเหตุ

“ในช่วงเช้าวันนั้น มีคนพบเห็นสัญญาณการถล่มที่ชั้น 5 แต่ฝ่ายบริหารตัดสินใจดำเนินการตามปกติและจะปรับปรุงในภายหลัง” – ฮันกือรู

จากประโยคข้างต้นจึงทำให้เราลองหาสาเหตุของ ‘สัญญาณการถล่ม’ ที่ฮันกือรูบอก ซึ่งทำให้พบข้อมูลที่น่าสนใจเพิ่มเติมว่า เดิมทีแล้วที่ดินของห้างซัมพุงนั้นไม่ได้วางแผนไว้สำหรับสร้างห้างสรรพสินค้า แต่เพื่อสร้างที่อยู่อาศัย (สร้างโดย Sampoong Construction Industry)

แต่ทว่าในภายหลังกลับมีการติดสินบนกับเจ้าหน้าที่รัฐและเปลี่ยนแปลงการใช้พื้นที่ (แสดงให้เห็นถึงการทุจริตกันตั้งแต่เริ่ม) รวมถึงมีข้อมูลระบุว่ามีการขอเปลี่ยนแปลงจำนวน ‘ชั้น’ โดยเพิ่มจาก 4 เป็น 5 ชั้น (ซึ่งบริษัทผู้รับเหมาเดิมปฏิเสธ จึงทำให้เกิดการยกเลิกสัญญาและเปลี่ยนผู้รับเหมาใหม่เป็น Sampoong Construction Industry เข้ามาแทน) และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างโดยพลการเพื่อแสวงหาผลกำไรนี้ก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่กัดกินห้างซัมพุงอย่างช้าๆ

และเมื่อหาข้อมูลไปเรื่อยๆ จึงพบว่าหากต้องร่ายถึงสัญญาณบอกเหตุต่างๆ ทั้งหมดคงไม่ไหว (เพราะเยอะมาก) จึงขอรวบแบบย่นย่อว่านอกจากที่กล่าวมาข้างต้นแล้วยังมีข้อมูลระบุอีกว่า

– ห้างซัมพุงเปิดให้บริการก่อนที่จะได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการ โดยชั้น 4 และชั้น 5 ของห้างยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง และเปิดให้บริการภายหลังในเดือนสิงหาคม 1990 (9 เดือนหลังจากเปิดทำการ)
– ชั้นใต้ดิน B1 มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในเดือนตุลาคม 1994
– เดือนเมษายน 1995 เกิดรอยแตกของเพดานชั้น 5 และเริ่มมีเศษคอนกรีตร่วงหล่นลงมา
– เดือนพฤษภาคม 1995 รอยแตกของเพดานเพิ่มขึ้น ซึ่งทางห้างจัดการปัญหาดังกล่าวด้วยการปิดชั้น 5 และเรียกวิศวกรโยธามาตรวจสอบ ทั้งที่จริงๆ ควรจะปิดให้บริการทั้งห้างสรรพสินค้าเพื่อจัดการปัญหาดังกล่าว

ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้เองจึงเป็นเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดขึ้นในวันที่ 29 มิถุนายน 1995

Move to Heaven เหตุการณ์ตึกถล่ม

ลมหายใจใต้ซากปรักหักพัง

“พ่อบอกว่าได้รับการช่วยเหลือหลังจากผ่านไป 3 วันครับ” – ฮันกือรู

หลังจากฟังคำบอกเล่าของฮันกือรูซึ่งน่าตกใจแล้ว (ที่ต้องติดอยู่ในซากปรักหักพังของห้างเป็นเวลา 3 วัน) แต่ผู้รอดชีวิต 3 คนสุดท้ายจากเหตุการณ์ห้างซัมพุงถล่มนั้นน่าตกใจยิ่งกว่า!

เพราะมีรายงานว่าผู้รอดชีวิต 3 คนสุดท้ายคือ ชเวมยองซอก (เพศชาย เกิดปี 1975) ได้รับการช่วยเหลือหลังจากเหตุการณ์ผ่านไป 11 วัน, ยูจีฮวาน (เพศหญิง เกิดปี 1977) ได้รับการช่วยเหลือหลังจากเหตุการณ์ผ่านไป 13 วัน และพัคซึงฮยอน (เพศหญิง เกิดปี 1976) ได้รับการช่วยเหลือหลังจากเหตุการณ์ผ่านไป 17 วัน

Move-to-Heaven-sampoong

ปัญหาเรื้อรังที่น่าละอายใจ

“ผ่านมาแล้ว 25 ปี หลังเกิดเหตุการณ์ห้างสรรพสินค้าซัมพุงถล่ม แม้ว่ารัฐบาลให้คำสัญญาว่าจะทำให้ประเทศชาติปลอดภัยขึ้น แต่ยังไม่มีความคืบหน้ามาจนถึงทุกวันนี้ ในปีหน้าฉันหวังว่าเราทุกคนจะได้รู้สึกละอายใจกันน้อยลงค่ะ และนี่คือ SBC News ฉันคังอึนจองค่ะ” – เสียงจากโทรทัศน์ที่ แมทธิว กรีน เปิดใน EP.9

แม้จะเป็นซีนสั้นๆ แต่การส่งต่อเรื่องราวด้วยการใช้ตัวละคร ‘คังอึนจอง’ ที่เป็นผู้สื่อข่าวในการเป็น ‘กระบอกเสียง’ เพื่อย้ำเตือนเหตุการณ์ห้างซัมพุงถล่มให้กับผู้ชมก็เป็นดีเทลเล็กๆ น้อยๆ ที่ต้องขอชื่นชม

เพราะประโยคสั้นๆ นี้ทำให้พบความจริงที่ว่า ก่อนเหตุการณ์ห้างสรรพสินค้าซัมพุงถล่ม ในช่วงนั้นมีเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในเวลาไล่เลี่ยกันคือ เหตุการณ์สะพานซองซู (ส่วนกลางของสะพานพังลงมา) ในวันที่ 21 ตุลาคม 1994 (มีผู้เสียชีวิต 32 คน) และเหตุการณ์แก๊สระเบิดที่ไซต์ก่อสร้างรถไฟใต้ดินแทกูในวันที่ 28 เมษายน 1995 (มีผู้เสียชีวิต 101 คน) ที่ทำให้ประชาชนต่างเรียกร้องให้มีการลงโทษอย่างเข้มงวดกับผู้ที่เกี่ยวข้อง

ซึ่งในกรณีของห้างซัมพุงนั้น ศาลฎีกาได้ตัดสินให้จำเลยที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ได้รับการลงโทษกันอย่างถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็น อีจุน ประธานห้างสรรพสินค้า, อีจุงอู อดีตนายกเทศมนตรีเมืองซอโช และฮวังชอลมิน (ที่รับสินบนและอนุมัติการเปลี่ยนแปลงการออกแบบ), ชองซังกี อดีตหัวหน้ารัฐบาลกรุงโซล, คิมแจกึน อดีตหัวหน้าสำนักงานเขตซอโช, อีฮันซัง ลูกชายคนที่สองของประธานอีจุน ฯลฯ

โดยหลังจากเหตุการณ์ห้างซัมพุงทำให้สังคมเกิดความกังวลและความสงสัยเกี่ยวกับอาคารที่สร้างขึ้นช่วงปี 1980 และต้นปี 1990 จนทำให้รัฐบาลดำเนินการประเมินความปลอดภัยของอาคารทุกแห่งทั่วประเทศ และผลที่ตามมาก็ค่อนข้างน่าตกใจ เพราะ 1 ใน 7 ของอาคารสูงทั้งหมด (14.3%) ต้องการการปรับปรุงใหม่ ในขณะที่ 80% ของอาคารทั้งหมดมีการซ่อมแซมครั้งใหญ่ และมีเพียง 2% ของอาคารทั้งหมดในเกาหลีเท่านั้นที่อยู่ในสภาพปลอดภัย…

เหตุการณ์คล้ายคลึงที่ยังคงเกิดขึ้นเป็นระยะในเกาหลีใต้

และอย่างที่นักข่าวคังอึนจองกล่าว “แม้ว่ารัฐบาลให้คำสัญญาว่าจะทำให้ประเทศชาติปลอดภัยขึ้น แต่ยังไม่มีความคืบหน้ามาจนถึงทุกวันนี้” ซึ่งจากประโยคนี้ทำให้เราลองหาข้อมูลดูว่ามีเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกันแบบนี้เกิดขึ้นอีกหรือไม่

ซึ่งก็ทำให้พบว่ายังคงมีเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกันเกิดขึ้น เพียงแต่ความรุนแรงหรือความเสียหายอาจไม่มากเท่าห้างซัมพุง โดยขอยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ดังนี้

– 17 กุมภาพันธ์ 2014: อาคารหอประชุมของ Mauna Ocean Resort ถล่มลงมาเนื่องจากหิมะตกหนัก ทำให้เกิดอุบัติเหตุกับนักศึกษาซึ่งอยู่ระหว่างการปฐมนิเทศ (มีผู้เสียชีวิต 10 ราย)
– 12 พฤษภาคม 2014: อาคารสำนักงานแฝดที่กำลังก่อสร้างใน Asan Techno Valley เอียงและถล่มลงมา (ไม่มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ)
– 4 กรกฎาคม 2019: อุบัติเหตุจากอาคารที่กำลังรื้อถอนในย่านชัมวอน ชิ้นส่วนของอาคารน้ำหนักกว่า 30 ตันตกลงมานอกพื้นที่ก่อสร้าง (มีผู้เสียชีวิต 1 ราย)




ติดตามเนื้อหาสนุกๆ ของ ‘ดูซีรีส์ให้ซีเรียส’ ได้ที่ช่องทางต่างๆ ดังนี้
Facebook: TheSeriousSeries.TH
Twitter: TheSeriousSerie
YouTube: The Serious Series
Website: Theseriousseries.com
สมัครสมาชิกเพื่อรับข่าวสารและสิทธิพิเศษก่อนใครได้ที่ Link นี้