emergency-declaration-review

Emergency Declaration เพราะเราต่างเป็นมนุษย์ที่หวาดกลัวและอ่อนแอ

Emergency Declaration ภาพยนตร์เกาหลีฟอร์มยักษ์จากผู้กำกับและนักเขียน ฮันแจริม ซึ่งเคยฝากผลงานไว้กับภาพยนตร์ Rules of Dating, The Show Must Go, The Face Reader, The King 


โดยผลงานนี้นับเป็นภาพยนตร์ลำดับที่ 5 ของเขาที่ได้นักแสดงแถวหน้าอย่าง ซงคังโฮ (Parasite), อีบยองฮอน (Mr. Sunshine), จอนโดยอน (Lost), คิมนัมกิล (Through the Darkness) และ อิมชีวาน (Strangers From Hell) มาร่วมแสดง ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับสาวกภาพยนตร์และซีรีส์เกาหลี การได้เห็นไลน์อัพนักแสดงก็เพียงพอต่อการตัดสินใจแล้วระดับหนึ่ง

ในส่วนของพล็อตเรื่องนั้น เป็นการเล่าเรื่องราวของเหตุการณ์สุดระทึกบนเที่ยวบิน KI501 ที่เดินทางจากโซลสู่ฮอนโนลูลู (เกาะฮาวาย) ที่เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เมื่อการเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนาของผู้โดยสารคนหนึ่งนำมาซึ่งการก่อการร้ายทางชีวภาพ (Bioterrorism) บนอากาศที่คนบนภาคพื้นที่ไม่อาจจะควบคุมสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้

สารภาพว่าตอนแรก ดูซีรีส์ให้ซีเรียส คาดเดาว่าภาพยนตร์จะดำเนินเรื่องราวสู่พล็อตแนวซอมบี้ที่กำลังเป็นที่นิยม แต่ทว่าเมื่อได้เข้าไปดูจริงๆ แล้วเราอยากให้หลายคนที่คาดเดาในทิศทางเดียวกันพับความคิดเหล่านั้นทิ้งไป

เพราะกลายเป็นว่ามันเล่นกับความรู้สึกของผู้ชมตั้งแต่วินาทีแรก พร้อมคอมโบความระทึกที่ค่อยๆ ไล่ระดับความเครียดไปตามสถานการณ์เฉพาะหน้าที่เกิดขึ้น โดยที่ค่อยๆ ปูเรื่องราวแบบตัดสลับไปมาระหว่างตัวละครต่างๆ ทั้งบนภาคพื้นดินและบนเครื่องบิน คล้ายกับการกระจายดูจิ๊กซอว์ทีละชิ้น ก่อนจะพาผู้ชมปะติดปะต่อกันเป็นภาพใหญ่ (ที่แม้จะใช้เวลาในพาร์ตนี้มากไปสักนิดก็ตาม)




emergency-declaration-review

ในพาร์ตของการแสดง อย่างที่บอกข้างต้นว่าสำหรับคอภาพยนตร์หรือซีรีส์เกาหลี แค่เพียงเห็นชื่อนักแสดงหลักก็น่าจะปักใจได้ว่าคุ้มค่าแก่การดู แต่สำหรับใครที่ไม่คุ้นเคยกับรายชื่อนักแสดง เราอยากให้โฟกัสไปที่นักแสดงซงคังโฮ ที่ส่วนตัวแล้วเราค่อนข้างประทับใจการแสดงของเขาในบท ‘กูอินโฮ’ หรือ ‘จ่ากู’ มากเป็นพิเศษ เพราะไม่เพียงแต่เขาจะสามารถสลัดคราบของตัวละครที่เราเคยดูมาจนหมดสิ้น แต่การแสดงของซงคังโฮยังทำให้เราเชื่อในหัวใจที่อยากจะปกป้องครอบครัวของเขาได้อย่างสนิทใจ

นอกเหนือจากการส่งพลังของเหล่านักแสดงแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยผลักดันให้ภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถเค้นอารมณ์ของผู้ชมให้คล้อยตามได้เป็นอย่างดีคือ ‘เพลงประกอบ’ ที่ช่วยเร้าความรู้สึกในหลายซีนให้ตื่นเต้น กดดัน และซาบซึ้งได้อย่างที่ควรจะเป็น เช่นเดียวกับซีนหมุน 360 องศาของเครื่องบินและรถยนต์ที่ภาพยนตร์ทำออกมาได้ค่อนข้างดี (แต่อาจทำให้บางคนเวียนหัวได้) สมราคาที่ลงทุนไป ยิ่งเมื่อรวมกับการถ่ายแบบ Handheld ก็ยิ่งทำให้บรรยากาศของภาพยนตร์อึดอัดแบบสมจริง เหมือนกับเข้าไปสัมผัสกับบรรยากาศเหล่านั้นด้วยตัวเอง

และจากทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมา นอกจากความลุ้นระทึกแล้ว ภาพยนตร์ยังส่งสารถึงผู้ชมในหลากหลายเมสเสจ โดยหนึ่งนั้นคือเรื่องของ ‘ความกลัว’ ที่เมื่อลองนึกย้อนแล้ว ‘ความกลัว’ คือสิ่งที่ภาพยนตร์พยายามสอดแทรกและพูดถึงหลายต่อหลายครั้ง เนื่องจากทุกตัวละครล้วนมีความกลัวที่ก่อตัวในใจ และความกลัวเหล่านี้เองที่ก่อร่างสร้างตัวจนทำให้เกิด ‘ความอ่อนแอ’ ในจิตใจของมนุษย์ ที่แม้ภายนอกจะดูแข็งแกร่งแค่ไหน แต่ทุกคนล้วนมีด้านที่เปราะบางข้างในเสมอ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วการยอมรับว่ามีความกลัวจนทำให้ต้องอ่อนแอนั้นไม่ใช่การตอกย้ำถึงความพ่ายแพ้ หากแต่เป็นการได้ทำความเข้าใจถึงเหตุและผลของการกระทำที่เราเลือกกระทำเมื่อต้องเผชิญกับสภาวะที่ความกลัวโอบล้อมอยู่ก็เท่านั้น

ทำให้โดยรวมแล้ว Emergency Declaration เป็นภาพยนตร์ที่ ดูซีรีส์ให้ซีเรียส ค่อนข้างแนะนำสำหรับสายภาพยนตร์ที่ชื่นชอบความระทึก ตื่นเต้น หากเปรียบให้เห็นภาพก็คงคล้ายกับการวิ่งมาราธอนที่มีจุดแวะพักเป็นระยะให้พอหายใจหายคอทัน โดยในความระทึกเหล่านั้นก็ยังแฝงซีนที่ชวนคิด ชวนตีความที่ไม่ชี้นำผู้ชมจนเกินไป แม้จะมีบางซีนที่เราคิดว่าภาพยนตร์พยายามขยี้มากเกินไปบ้าง แต่ก็อยู่ในระดับที่ยังรับได้และไม่เสียอรรถรส

ติดตามเนื้อหาสนุกๆ ของ ‘ดูซีรีส์ให้ซีเรียส’ ได้ที่ช่องทางต่างๆ ดังนี้
Facebook: TheSeriousSeries.TH
Twitter: TheSeriousSerie
YouTube: The Serious Series
Website: Theseriousseries.com
สมัครสมาชิกเพื่อรับข่าวสารและสิทธิพิเศษก่อนใครได้ที่ Link นี้