We-Are-All-Trying-Here -worthlessness

We Are All Trying Here เราทุกคนต่างต่อสู้กับความ ‘ไร้ค่า’ ของตัวเอง

ซีรีส์ We Are All Trying Here หรือถ้าลองหาชื่อภาษาเกาหลีของซีรีส์เรื่องนี้คือ 모두 자신의 무가치함과 싸우고 있다 แปลตรงๆ ได้ว่า “ทุกคนกำลังต่อสู้กับความ ‘ไร้ค่า’ ของตัวเอง”

ดูซีรีส์ให้ซีเรียส คิดว่านี่คือชื่อที่ซื่อสัตย์ที่สุดของซีรีส์เกาหลีอีกเรื่อง เพราะมันไม่ได้สัญญาว่าจะมีการให้รางวัล ให้คำตอบ หรือหาทางออก แต่ซีรีส์แค่ต้องการฉายภาพให้เห็นว่า ‘ทุกคนกำลังสู้อยู่’ แค่นั้นเอง

และหลังจากดูมาถึง EP.4 ดูซีรีส์ให้ซีเรียสคิดว่าสิ่งที่นักเขียนพัคแฮยองทำได้ดีที่สุดในเรื่องนี้ ไม่ใช่การเขียนถึงตัวละครหลักที่น่าเห็นใจ แต่คือการค่อยๆ ขยายภาพให้เห็นว่า ‘ความรู้สึกไร้ค่า’ นั้นไม่ได้เป็นของใครคนใดคนหนึ่ง แต่มันเป็นของเราทุกคน

We-Are-All-Trying-Here -worthlessness

ฮวังดงมัน ความไร้ค่าที่ส่งเสียงดัง

ใน EP.1 เราทำความรู้จักฮวังดงมันก่อนใคร และสิ่งแรกที่หลายคนรู้สึกคือ ผู้ชายคนนี้น่าหงุดหงิดมากกก

เขาพูดไม่หยุด กินเยอะ โวยวาย ใช้ชีวิตไปวันๆ ดูน่าอายถ้าจะคบเป็นเพื่อนด้วย แต่ในเวลาเดียวกัน ตัวละครฮวังดงมันก็บรรจุเต็มไปด้วยความเศร้า ความโกรธ ความอิจฉา ความวิตกกังวล และความรู้สึกไร้ค่า จนถึงจุดหนึ่งที่เขาไม่แคร์ภาพลักษณ์ของตัวเองอีกต่อไป เขากล้าระเบิดอารมณ์ดิบๆ ออกมาราวกับไม่มีกฎเกณฑ์ เลือกแสดงความบ้าคลั่ง ตะโกนเสียงดัง และกล้าแสดงออกกระทั่งความพังออกมา เพียงเพื่อให้รู้สึกว่าตัวเองยังมีตัวตนอยู่

เขายังยอมรับว่าสิ่งที่กลัวที่สุดคือเวลาที่ทุกอย่างเงียบ เพราะในความเงียบนั้นจะมีสิ่งที่เขาเรียกว่า ‘สัตว์ประหลาดคล้ายกอลลัม’ คอยกระซิบบอกข้างหูว่า “นายมันไร้ค่า”

แต่สิ่งที่ทำให้ฮวังดงมันกลายเป็นตัวละครที่พิเศษมากๆ และจริงมากๆ แบบกรีดใจคนดูทางบ้าน ก็คือตอนที่พี่ชายถามว่า เขาต้องการอะไรกันแน่ อยากจะเดบิวต์เป็นผู้กำกับ? อยากเป็นคนดัง? อะไรก็ได้.. บอกมา.. แต่แล้วดงมันกลับตอบเพียงว่าเขา “ไม่อยากกังวล”

แค่ ‘ไม่ต้องรู้สึกกังวล’ นั่นคือทั้งหมดที่เขาต้องการจริงๆ ไม่ใช่รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม ได้เดบิวต์ผลงานสักเรื่อง หรืออะไรเลย

We-Are-All-Trying-Here -worthlessness

ฮวังจินมัน ความไร้ค่าที่เงียบงัน

ที่ดูซีรีส์ให้ซีเรียสชอบมากในการเขียนบท We Are All Trying Here ของพัคแฮยอง คือเธอค่อยๆ ฉายไฟไปยังตัวละครรอบข้าง และมองเห็นว่าพวกเขาต่างแบกน้ำหนักที่กดทับคล้ายๆ กัน โดยเฉพาะหนึ่งในนั้น ฮวังจินมัน พี่ชายของฮวังดงมัน

ฮวังจินมันเป็นพี่ชาย เป็นครอบครัวคนเดียวที่เหลืออยู่ จากตอนแรกที่ดูเป็นคนแข็งกร้าว ทำงานหนัก แต่พอผ่านมาถึง EP.4 ข้างในเขาคือแตกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยจนประกอบร่างไม่ได้ เหลือเพียงเปลือกอันแข็งกร้าวที่คอยปกปิด

ตอนที่ฮวังดงมันอ่านบทกวีที่พี่ชายเขียนไว้ตอน ม.2 ก็ต้องบอกว่านี่คืออนาคตนักเขียนแห่งชาติได้เลย แต่ด้วยอะไรหลายอย่างที่ทำให้เขาไม่ได้เดินทางไปบรรจบกับความฝันที่หวังไว้ และจุดสิ้นสุดจึงเป็นเพียงช่างเชื่อมในเวลากลางวัน และนักร่ำสุราในเวลากลางคืน ทุกๆ วันคือความว่างเปล่าที่เขาใช้งานและรินโซจูเติมมันไว้ให้เต็ม

นี่คือตัวละครที่เรามองเห็นว่าเจ็บปวดที่สุดในซีรีส์ เพราะในเวลาที่ฮวังดงมันยังดิ้นรน ยังส่งเสียง ยังโกรธ ยังเดินไปต่อ แต่ฮวังจินมันผ่านจุดนั้นไปแล้ว เขาไปถึงอีกขั้นที่เงียบกว่า จุดที่เขาไม่รู้สึกอะไรแล้ว และลืมไปแล้วว่าอะไรคือ ‘ความฝัน’ ของเขา

ฮวังจินมันคือภาพสะท้อนของคนที่ครั้งหนึ่งเคยเชื่อในตัวเอง แล้วโลกใบนี้ก็สอนให้หยุดเชื่อ ด้วยการค่อยๆ ฝึกทีละนิด จนเขายอมวางทิ้งทุกอย่าง แล้วปล่อยทุกๆ วันผ่านไปอย่างเงียบสนิท รอเพียงเวลาอันเหมาะสมที่เขาจะจบมันลงเพื่อเงียบงันตลอดกาล

พัคกยองเซ ความไร้ค่าที่ซ่อนอยู่หลังความสำเร็จ

พัคกยองเซ คือผู้กำกับที่ประสบความสำเร็จ แต่หนังเรื่องล่าสุดของเขาโดนสับแหลกจนหลุดบ็อกซ์ออฟฟิศ และตอนนี้เขายังถูก ‘ดงมันคนห่วย ที่ไม่เคยทำหนังสักเรื่อง’ มารบกวนจิตใจทุกเวลานาที

เขาปรินต์คอมเมนต์สับแหลกมาอ่าน จดจำมัน ซึมลึกกับมัน กล้ำกลืนมันเข้าไปเพื่ออยากจะเริ่มต้นใหม่ แต่แล้วฮวังดงมันก็ทำลายทิ้ง เขาจึงนั่งอยู่ในห้องทำงานอีกรอบ เขียน ลบ ขีดฆ่า ร่างใหม่ซึ่งข้อความยาวเหยียด ใช้เวลาตลอดทั้งคืนเรียบเรียงมันออกมาเพื่อระเบิดตรงไปสู่ฮวังดงมันในห้องแชทกลุ่ม 8 คน แต่ที่ได้รับตอบกลับมา คือคำชื่นชมว่าเป็นข้อความที่จริงใจที่สุดของพัคกยองเซ มากกว่าหนังทุกเรื่องที่เขาทำมาเสียอีก

นักเขียนพัคแฮยองกำลังบอกอะไรผ่านตัวละครพัคกยองเซ ผู้ชายที่ดูเหมือนครบทุกความสำเร็จ เป็นผู้กำกับชื่อดัง ภรรยาเป็นผู้อำนวยการสร้าง เพื่อนๆ ล้วนเป็นผู้กำกับและกำลังไปได้ดีในวงการ

จนกระทั่งใน EP.3-4 ก็ได้เผยให้เห็นแล้วว่าความ ‘ไร้ค่า’ มันซุกซ่อนอยู่ในตัวเราทุกคน มันจะออกมาปรากฏตัวในวันหนึ่ง และดีไม่ดี สำหรับตัวละครพัคกยองเซ ด้วยความสำเร็จที่เขามี มันกลับกลายเป็นดาบสองคมที่ทำให้ ‘ความไร้ค่า’ มันมีมวลหนาและหนักแน่นกว่าคนทั่วไปที่ไม่เคยผ่านความสำเร็จ

การที่พัคกยองเซโกรธและหงุดหงิดทุกครั้งที่เจอฮวังดงมัน ไม่ใช่เพราะทำอะไรผิด แต่เพราะฮวังดงมันเป็นกระจกสะท้อนความกลัวที่เขาไม่อยากเห็น ว่าความสำเร็จในอดีตไม่ได้การันตีอะไรในวันนี้ มันช่างเหมือนกับสังคมในชีวิตจริงที่เรา ‘ให้ค่า’ บางทีก็ ‘ลดทอนคุณค่า’ หรือ ‘มอบคำว่าไร้ค่า’ ให้กับคนรอบตัว อะไรทำนองนั้น และดีไม่ดี ในวันหนึ่งข้างหน้าเขาอาจกลายเป็นฮวังดงมันคนต่อไปเสียเอง

We-Are-All-Trying-Here -worthlessness

พยอนอึนอา ความไร้ค่าที่สังคมมอบให้

เธอถูกทิ้งมาตลอดชีวิต ตั้งแต่แรกที่คนคนนั้นที่ชื่อว่า “มอ สระแอ ไม้เอก” มอบความรู้สึกไร้ค่า ทั้งๆ ที่ควรจะเป็นคนให้ความรัก ทะนุถนอม จนโตมาเธอเริ่มเชื่อแล้วว่าตัวเองถูกสร้างให้อยู่ลำพัง และความยากลำบากทั้งหมดที่ผ่านมาคือสิ่งที่เธอสมควรได้รับ แต่พอฮวังดงมันเข้ามาในชีวิต เธอเริ่มสงสัยว่าบางทีคนรอบข้างก็ต้องการการมีอยู่ของเธอด้วยเหมือนกัน

ภาพจำวัยเด็กที่นั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะเพียงคนเดียว ต่อไม่ติดกับเพื่อนร่วมห้อง เลือดกำเดาไหลจากความเครียดที่ร่างกายสะสมจนไม่รู้จะไปออกกับอะไรได้ การเติบโตมาในแบบที่อยู่กับตัวเอง จึงทำให้เธอไร้ใจจนกล้าวิจารณ์บทภาพยนตร์ได้อย่างตรงไปตรงมา และเริ่มทำงานในวงการนี้ ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังเป็นคนที่เข้ากับเพื่อนร่วมงานไม่ได้เหมือนเดิม และไม่คิดว่าต้องทำอะไรเพื่อให้เข้ากันได้กับพวกเขา

การที่พยอนอึนอาและฮวังดงมันใส่นาฬิกาบอกอารมณ์เหมือนกัน ยืนรอรถไฟตรงทางข้ามทุกๆ วันเหมือนกัน มันทำให้เห็นว่า ‘ความไร้ค่า’ ต่างมีอยู่ในตัวเรา เพียงแค่แตกต่างไปคนละแบบ หลังจากรถไฟแล่นผ่านไปแล้ว พยอนอึนอาเดินแยกไปทางซ้าย ฮวังดงมันไปทางขวา การมีอยู่ของกันและกันคือการปลอบประโลมว่า ในเวลาที่แย่อย่างถึงที่สุด อย่างน้อยๆ เรายังมีใครสักคนอยู่ข้างๆ

We Are All Trying Here ไม่ได้ถามว่าทำไมฮวังดงมันถึงไร้ค่า? หรือตัวละครไหนไร้ค่า? แต่ซีรีส์กำลังถามว่า “ใคร หรืออะไร เป็นตัวตัดสินคุณค่า” ต่างหาก

คำตอบอาจบอกเอาไว้ในชื่อเรื่องตั้งแต่แรก We Are All Trying Here ชื่อในภาษาเกาหลี 모두 자신의 무가치함과 싸우고 있다 ที่แปลตรงๆ ได้ว่า “ทุกคนกำลังต่อสู้กับความไร้ค่าของตัวเอง” ในการตีความก็บอกอยู่แล้วว่าไม่มีใคร ‘ไร้ค่า’ แต่บอกว่าทุกคนกำลังต่อสู้กับ ‘ความไร้ค่า’ อยู่

เอาจริงๆ มันคือความรู้สึกสากลโลกที่มนุษย์เกือบทุกคนต้องเจอ คือการพยายามเอาชนะความรู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งพอ หรือตัวเองไม่มีความหมาย ชื่อซีรีส์เป็นประโยคที่ให้ความรู้สึกประคับประคองว่า “คุณไม่ได้สู้คนเดียวนะ ทุกคนก็กำลังสู้กับความรู้สึกนี้เหมือนกัน”

อย่างที่บอกมาตั้งแต่แรก นักเขียนพัคแฮยองไม่เคยสัญญาว่าตัวละครของเธอจะประสบความสำเร็จ เธอแค่สัญญาว่าจะให้พวกเขา ‘ถูกมองเห็น’ และบางทีนั่นก็เพียงพอแล้ว

ติดตามเนื้อหาสนุกๆ ของ ‘ดูซีรีส์ให้ซีเรียส’ ได้ที่ช่องทางต่างๆ ดังนี้
Facebook: TheSeriousSeries.TH
Twitter: TheSeriousSerie
YouTube: The Serious Series
Website: Theseriousseries.com
สมัครสมาชิกเพื่อรับข่าวสารและสิทธิพิเศษก่อนใครได้ที่ Link นี้