
Start-Up (2020) 6 ปีผ่านไป เทคโนโลยีในซีรีส์ยังได้อยู่ไหม หรือเอาท์ไปแล้ว?
ย้อนกลับไปตอนที่ซีรีส์ Start-Up (2020) ออกอากาศครั้งแรก หลายคนคงจำได้ว่าซีรีส์เรื่องนี้ทำให้เราหลงรักโลกของสตาร์ทอัพผ่านสายตาของ ซอดัลมี ฮันจีพยอง นัมโดซาน และชาวซัมซานเทค ทั้งไอเดียธุรกิจ การพิชชิ่งหานักลงทุน ไปจนถึงเทคโนโลยีที่ตอนนั้นฟังดูล้ำอนาคตมาก อย่าง ‘Yong-sil’ ผู้ช่วยเสียงอัจฉริยะ หรือ ‘NoonGil’ แอปที่ช่วยอธิบายโลกให้คนตาบอดฟัง
แต่นับจากวันที่ซีรีส์จบมาจนถึงตอนนี้ก็ผ่านมา 6 ปีแล้ว โลกเทคโนโลยีเปลี่ยนไปเร็วจนน่าตกใจ โดยเฉพาะเมื่อ ChatGPT ปล่อยออกมาปลายปี 2022 แล้วพลิกโฉมวงการ AI ไปตลอดกาล
คำถามที่น่าสนใจคือ สิ่งที่ Start-Up เคยฝันไว้เมื่อ 6 ปีก่อน ตอนนี้กลายเป็นจริงแล้วกี่เรื่อง แล้วมีอะไรบ้างที่ดูเชยไปแล้วเมื่อเทียบกับโลกปี 2026 วันนี้ ดูซีรีส์ให้ซีเรียส เลยขอชวนมาย้อนเช็กทีละเทคโนโลยี ให้สมศักดิ์ศรี 20 ซีรีส์คัดสรร

ยงชิล (Yong-sil) ลำโพงอัจฉริยะ
ในเรื่อง ‘ยงชิล’ เป็นลำโพงอัจฉริยะที่ถาม-ตอบคำสั่งง่ายๆ ได้ ชื่อจริงๆ มาจาก ‘จางยงชิล’ นักประดิษฐ์ยุคโชซอน ในช่วงปี 2020 ที่ซีรีส์ออนแอร์ นับว่าเป็นเทคโนโลยีระดับเดียวกับ Siri, Alexa, Google Assistant คือรับคำสั่งเสียง ตอบคำถามพื้นฐาน แต่ไม่ได้คุยแบบมีบทสนทนาต่อเนื่องหรือเข้าใจบริบทลึกซึ้งแบบ AI หลายเจ้าตอนนี้
พูดตรงๆ คือ AI มันเก่งกว่าเยอะ เพราะตอนนี้เรามี ChatGPT, Claude, Gemini ที่คุยโต้ตอบแบบเข้าใจบริบทซับซ้อน จำบทสนทนาก่อนหน้าได้ วิเคราะห์เหตุผลได้ ไม่ใช่แค่รับคำสั่งเหมือนยงชิลในซีรีส์
แค่เดาว่าถ้าซีรีซ์นำมารีเมกใหม่ตอนนี้ ยงชิลต้องอัพสกิลไปให้ไกลกว่านี้ และอาจช่วยให้เจ้านายสมหวังในความรักได้สักครั้งแหละน่า
นุนกิล (NoonGil) แอปช่วยคนตาบอด
ตอนที่ซีรีส์อนแอร์ แอปนี้น่าสนใจมาก และเราอยากให้มีขึ้นมาจริงๆ เพราะมันช่วยให้คนที่มีปัญหาในการมองเห็นชีวิตดีขึ้นได้เลย
และที่ต้องดีใจก็คือตอนนี้มีแอปจริงที่ทำงานช่วยคนมองไม่เห็นได้แล้ว เช่น Be My Eyes (ที่จับมือกับ GPT-4 Vision ให้ AI อธิบายภาพแบบเรียลไทม์), Microsoft Seeing AI, Google Lookout และล่าสุดยังฝังเข้าไปในแว่นอัจฉริยะอย่าง Ray-Ban Meta ที่ชี้กล้องไปตรงไหนก็อธิบายสิ่งที่เห็นให้ฟังได้เลย / คุณย่าขา ชาวซัมซานเทคเขาทำสำเร็จแล้วนะ เรากลับมาเปิดร้านคอร์นด็อกกันใหม่เถอะ เดี๋ยวลง robot ให้ครบวงจรเลย

ทาร์ซาน (Tarzan) ระบบรถขับเคลื่อนอัตโนมัติ
ในปี 2020 รถขับเองได้ยังเป็นเรื่องไกลตัวมาก แต่ตอนนี้ใกล้ความจริงขึ้นเยอะ รถ EV หลายเจ้าก็มีโปรแกรมช่วยขับ ช่วยจอด ที่ใช้งานได้ดีทีเดียว แต่แม้จะยังไม่ใช่เรื่องปกติแบบรถทุกคันขับเองได้ ไปได้หมดทุกที่ แต่ก็ถือว่าใกล้ความจริงมากๆ
ส่วนระบบรถสาธารณะก็มี Robotaxi ให้บริการจริงแล้วในหลายเมือง เช่น Waymo ในสหรัฐฯ, Baidu Apollo Go ในจีน และเกาหลีเองก็มีโครงการนำร่องรถบัสไร้คนขับในบางเขต เช่น ซังอัม, พันกโย
ในปี 2020 ที่ซีรีส์ Start-Up ออนแอร์ ที่เห็นชัดๆ อาจจะแค่ Tesla แต่ตอนนี้ต้องบอกว่ารถที่ขับเคลื่อนได้อัตโนมัติกลายเป็น New normal ไปแล้ว ที่รอลำดับต่อไปคือรถที่แล่นในอากาศ ไม่ต้องมีล้อไปเลยแล้วกัน ชาวซัมซานเทคออกแบบเสร็จแล้วบอกด้วย
แรนซัมแวร์ (Ransomware) โจมตีรถขับเคลื่อนอัตโนมัติ
พูดถึงระบบรถยนต์ที่ขับเคลื่อนได้เอง จำประเด็นสุดพีกในซีรีส์กันได้ไหม ที่ปั้นโปรเจกต์กันมาตั้งนาน พอโดนแรนซัมแวร์โจมตีทีเดียวก็เกือบเอาตัวไม่รอด
ซึ่งประเด็นนี้ยังคงเป็นความกังวลจริงจังของวงการรถยนต์อัตโนมัติจนถึงตอนนี้ ยิ่งมีเรื่อง AI เข้ามาด้วย ความฉลาดเกินที่เราจะคาดคิด ถึงเวลาก็อาจยากที่หยุดยั้ง เรื่องความปลอดภัยไซเบอร์จึงถือว่าเป็นประเด็นจริงจังที่ตามมากับความก้าวหน้าของวงการเทคโนโลยีเช่นกัน
ข้อดีอย่างหนึ่งของซีรีส์คือการนำเสนอปัญหาด้านนี้ให้คนเข้าใจเหรียญสองด้านของเทคโนโลยี ที่แม้จะมีคนพัฒนาเพื่อช่วยให้ชีวิตเราดีขึ้น ก็ย่อมมีคนที่อยากจะทำลายมันให้ย่อยยับเช่นกัน

Start-Up ที่นอกจากจะติดหนึ่งในทำเนียบ 20 ซีรีส์คัดสรร ของ ดูซีรีส์ให้ซีเรียส แล้ว ยังทำนายอนาคตได้แม่นในหลายจุด แต่ที่น่าคิดกว่านั้นคือ ต่อให้ AI และเทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปแค่ไหน สิ่งหนึ่งที่ Start-Up นำเสนอไว้และยังคงเป็น ‘ของแท้’ ที่เลียนแบบด้วยแอปหรืออัลกอริทึมไม่ได้เลย นั่นก็คือความสัมพันธ์ของมนุษย์ที่ซีรีส์ถ่ายทอดออกมา ไม่ว่าจะเป็นมิตรภาพของชาวซัมซานเทคที่ล้มลุกคลุกคลานมาด้วยกัน ความรักที่ยอมเสียสละแบบฮันจีพยอง หรือความอบอุ่นของครอบครัวที่คุณย่ามอบให้กับซอดัลมีเสมอ
เพราะไม่ว่า AI จะตอบคำถามได้ฉลาดขนาดไหน แอปช่วยชีวิตคนได้จริงมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ความรู้สึกที่คนคนหนึ่งยอมอยู่เคียงข้างอีกคนโดยไม่หวังผลตอบแทน หรือมิตรภาพที่พร้อมจะล้มเหลวแล้วเรียนรู้ กัดฟันเดินต่อ ยังคงเป็นสิ่งที่เทคโนโลยีไหนก็สร้างแทนให้เราไม่ได้
นั่นอาจเป็นเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมซีรีส์ Start-Up ถึงยังคงอยู่ในใจใครหลายคน ต่อให้เทคโนโลยีในเรื่องจะกลายเป็นของเก่าไปแล้วก็ตาม
ติดตามเนื้อหาสนุกๆ ของ ‘ดูซีรีส์ให้ซีเรียส’ ได้ที่ช่องทางต่างๆ ดังนี้
Facebook: TheSeriousSeries.TH
Twitter: TheSeriousSerie
YouTube: The Serious Series
Website: Theseriousseries.com
สมัครสมาชิกเพื่อรับข่าวสารและสิทธิพิเศษก่อนใครได้ที่ Link นี้



