hwangjinman-we-are-all-trying-here

ฮวังจินมัน We Are All Trying Here บทกวีที่ต้องท่องจำ และความเศร้าเงียบงันที่สุด

มีฉากหนึ่งใน We Are All Trying Here ที่ ดูซีรีส์ให้ซีเรียส คิดว่าเกือบเล็กไปที่จะสังเกต แต่ใหญ่เกินไปที่จะมองข้าม ใน EP.5 ที่ป้ายรถเมล์ พยอนอึนอา ถาม ฮวังจินมัน ว่า “บทกวีแบบไหนถึงจะเรียกว่าดีเหรอคะ บทกวีที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำเข้าใจยากทั้งนั้นเลย”

ฮวังจินมันหันมาตอบสั้นๆ ว่า “บทกวีน่ะ ถ้าท่องจำได้ก็เข้าใจได้นะ แค่อ่านเฉยๆ ไม่เข้าใจหรอก” ประโยคนั้นมันค้างอยู่ในอากาศ ไม่มีคำตอบ…

ในวิถีของกวีโบราณเกาหลี การเรียนบทกวีไม่ใช่การเข้าใจมันทันที แต่คือการฝังเมล็ดพันธุ์ลงในร่างกาย ท่องซ้ำจนมันอยู่ในลมหายใจ อยู่ในจังหวะของเท้า อยู่ในนิ้วมือที่ไม่ได้หยิบดินสอ

แล้ววันหนึ่ง เมื่อชีวิตพาให้เจอความรัก ความสูญเสีย หรือความโดดเดี่ยว บทกวีที่จำได้อยู่แล้วนั้นจะผุดขึ้นมาเอง และในวินาทีนั้น เราจะเข้าใจมันอย่างถ่องแท้ อย่างที่ไม่เคยเข้าใจมาก่อน

ฮวังจินมันรู้เรื่องนี้ดีกว่าใคร… เขาเคยเขียนบทกวีมานับไม่ถ้วน หลงใหลการใช้คำเพื่อค้นหาความจริง และฮวังดงมันเองก็เคยอ่านบทกวีที่พี่ชายเขียนไว้ตั้งแต่ ม.2 มันดีจนน่าใจหาย ฮวังจินมันชนะการประกวดบทกวีจนทำให้เลือกเรียนต่อมหาวิทยาลัยสาขาวรรณกรรมเกาหลี เพื่อจะได้เป็นอาจารย์และเขียนบทกวีไปตลอดชีวิต

แต่แล้ว ไม่มีอะไรเป็นไปอย่างที่ฝันไว้

ไม่ใช่เพราะฮวังจินมันไม่มีพรสวรรค์ แต่เพราะชีวิตที่เขาได้ใช้จริงๆ ไม่ใช่ชีวิตที่เขาเลือก ความฝันถูกบีบออกไปทีละนิดด้วยความจำเป็น จนวันหนึ่งเขากลายเป็นช่างเชื่อมในเวลากลางวัน และนักร่ำสุราในเวลากลางคืน

เมล็ดพันธุ์ยังอยู่ในใจ แต่ดินที่จะทำให้มันงอกเงยหายไปแล้ว และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ ‘ฉากนั้น’ เจ็บปวดกว่าที่เรามองเห็น

ตอนที่ฮวังจินมันอธิบายให้พยอนอึนอาฟังว่าต้องท่องจำก่อนถึงจะเข้าใจ เขาไม่ได้สอนเธอเรื่องบทกวี เขากำลังเปรียบเปรยถึงชีวิตตัวเองว่า เขาท่องจำมาครบแล้ว มีบทกวีฝังอยู่ในสายเลือด แต่ชีวิตที่จะมา ‘บรรจบ’ กับมัน กลับถูกนำไปใช้กับงานเชื่อมโลหะและขวดโซจูจำนวนไม่เคยนับ

▪️▪️ฉันเป็นจุดเล็กๆ ขนาด 0.2 มิลลิเมตร – โดย ฮวังจินมัน ▪️▪️
(นิตยสารวรรณกรรม โรงเรียนมัธยมปลายอึนจอง)

อสุจิมีขนาด 0.001 มิลลิเมตร
เซลล์ไข่มีขนาด 0.2 มิลลิเมตร
ฉันทำเครื่องหมายบนกระดาษด้วยจุดขนาด 0.2 มิลลิเมตร
นั่นคือฉันเอง
ฉันเป็นจุดเล็กๆ ขนาด 0.2 มิลลิเมตร
ความว่างเปล่าทั้งหมดนี้เข้าไปอยู่ในนั้นได้ยังไง
ความเกลียดชังทั้งหมดนี้เข้าไปอยู่ในนั้นได้ยังไง
ท้องฉันปั่นป่วนไปหมด
มดคันไฟขนาด 0.2 มิลลิเมตรเดินผ่านไป
ฉันขยี้มันด้วยเล็บของฉัน
ความเกลียดชังและความว่างเปล่าของฉันก็ถูกบดขยี้ไปกับมันด้วย

hwangjinman-we-are-all-trying-here

ใน EP.6 ฉากที่ฮวังดงมัน พยอนอึนอา และฮวังจินมันที่บังเอิญกลับมาบ้านพอดี พวกเขานั่งกินกิมจิตุ๋นกับข้าว และโซจู ในระหว่างความอึดอัดนั้น ฮวังจินมันถามพยอนอึนอาขึ้นมา “เป้าหมายในชีวิตคืออะไร อยากเป็นคนแบบไหนล่ะ ไม่ได้พูดถึงการประสบความสำเร็จนะ คนที่ประสบความสำเร็จหลายคนเป็นคนโง่ ฉันอยากเป็นคนแบบนี้..เป้าหมายแบบนั้นน่ะ”

พยอนอึนอาหยุดคิด ก่อนจะตอบออกมาจากใจ “แม่ที่เข้มแข็งค่ะ ฉันจะเป็นแม่ที่เข้มแข็ง ไม่ใช่ความเข้มแข็งที่มาจากเงินหรือเส้นสาย ฉันอยากเป็นแม่ที่ใจเย็น ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหน คนที่ยืนอยู่ตรงกลางอย่างสงบ เพื่อให้คนรอบข้างสบายใจ แม่แบบนั้นน่ะค่ะ ฉันอยากเป็นผู้หญิงแบบนั้นค่ะ… เหมือนคุณยายของฉัน”

ฮวังจินมันจึงหยิบหนังสือรวมบทกวีของเขา ‘มีวันแบบนี้และวันแบบนั้น’ พร้อมกับเขียนข้อความที่หวังว่าเธอจะเป็นแม่ที่แข็งแกร่ง คนที่ลืมไปแล้วว่าตัวเองคือกวี ยังจำได้ว่า ‘คำ’ มีพลังรักษาใจ และยังเลือกมอบมันให้คนอื่น แม้จะไม่มีอะไรเหลือให้ตัวเอง

ถ้ายังจำกันได้ ฮวังดงมันเคยพูดถึงการตามหา ‘คำ’ และในซีรีส์ให้คุณค่ากับความหมายของคำชัดเจนขึ้นอีก กับการสะท้อนผ่านคำว่า ‘ไม่ทราบ’ บนนาฬิกาบอกอารมณ์ ที่ทางทีมนักจิตวิทยาพยายามมองหาคำที่เหมาะสม

พยอนอึนอาบอกว่าความรู้สึกสีแดงที่นาฬิกาไม่ทราบนั้น สำหรับเธอถ่ายทอดได้เป็นคำว่า “ทำลายตัวเอง” และสุดท้าย เป็นดงมันที่วางคำที่ความหมายถูกต้องไว้ให้ว่า “ช่วยด้วย”

สำหรับนักเขียน การเลือกถ้อยคำมาอยู่บนหน้ากระดาษคือสิ่งที่ทำให้เราแตกต่าง มีเอกลักษณ์ และสะท้อนว่าผ่านประสบการณ์ชีวิตแบบไหนมา

แนวคิดที่ฮวังจินมันบอกว่า “บทกวีน่ะ ถ้าท่องจำได้ก็เข้าใจได้นะ” มาจากรากฐานการศึกษาแบบท่องจำที่ถ่ายทอดในวัฒนธรรมจีนและเกาหลี จากหลักการจดจำคัมภีร์​ให้ได้ก่อนจะเข้าใจ เพราะเชื่อว่าปัญญาจะไม่เกิดถ้าคัมภีร์ยังไม่ซึมซับอยู่ในสายเลือด และยังอ้างอิงได้จากกวีแบบซีโจ (Sijo) ซึ่งเป็นกวีที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในยุคโชซอน และยังคงอยู่ในปัจจุบัน โดยมีจุดเด่นคือ

1️⃣ สะท้อนผ่านการจดจำบทกวีจนขึ้นใจ เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเรา ไม่ว่าจะยืน เดิน นั่ง นอน

2️⃣ จังหวะและทำนองที่ซ่อนในตัวอักษร คืออารมณ์ที่ปล่อยออกมาผ่านน้ำหนักของคำ และความหนักเบาของความหมาย

3️⃣ ประสบการณ์ชีวิตที่มาบรรจบ ในเวลานั้นบทกวีที่อยู่ในเนื้อตัวเราจะปรากฏขึ้นมา และเราจะยิ่งเข้าใจมันลึกซึ้งมากขึ้นในทุกๆ ตัวอักษร

สำหรับนักเขียนคนหนึ่งที่เติบโตมากับหนังสือนับร้อยนับพันเล่ม ต้องยอมรับว่าบทกวีของฮวังจินมันนั้นงดงาม ลึกซึ้ง และขณะเดียวกันเจ็บปวดอย่างไม่น่าเชื่อ

hwangjinman-we-are-all-trying-here

▪️▪️บทกวีวันที่แดดออก ▪️▪️

“วันแบบนี้แหละคุ้มค่าที่จะอยู่ต่อ
ถ้าจากไปไกลแสนไกล
มันก็เป็นวันดีที่จะกลับมา”


ไม่ใช่แค่สำหรับนักเขียน ดูซีรีส์ให้ซีเรียส คิดว่านักเขียนพัคแฮยองวางตัวละครฮวังจินมันไว้เพื่อสื่อสารบางอย่างกับคนดู เพราะแม้ว่าฮวังจินมันอาจท่องจำได้ครบทุกบทกวี แต่ชีวิตที่เขาใช้ไปกลับไม่ใช่ชีวิตที่เขาเลือก มันเลยไม่มีอะไรมา ‘บรรจบ’ กับบทกวีที่เขาสะสมไว้ในใจ

ไม่ใช่เพราะเขาไม่มีค่า แต่เพราะชีวิตไม่เคยให้เขาได้ใช้มันเลย และนั่นคือความเศร้าที่เงียบงันที่สุดของตัวละครนี้

ติดตามเนื้อหาสนุกๆ ของ ‘ดูซีรีส์ให้ซีเรียส’ ได้ที่ช่องทางต่างๆ ดังนี้
Facebook: TheSeriousSeries.TH
Twitter: TheSeriousSerie
YouTube: The Serious Series
Website: Theseriousseries.com
สมัครสมาชิกเพื่อรับข่าวสารและสิทธิพิเศษก่อนใครได้ที่ Link นี้