doctor-on-the-edge

Doctor on the Edge ชีวิตหมออาสา 36 เดือน บนเกาะที่ไม่มีใครอยากไป

ขอชวนแฟนซีรีส์ที่แพ้ทางคนในเครื่องแบบและมีดผ่าตัด กลับมารวมตัวหน้าจออีกครั้ง กับ Doctor on the Edge เรื่องราวของแพทย์อาสาที่ต้องไปทำงานในพื้นที่ห่างไกล โดยในครั้งนี้เป็นเหล่าคุณหมอหนุ่มๆ ที่เลือกไปทำงานหมออาสาแทนการเข้ากรมฝึกทหาร นำทีมโดยนักแสดงที่อยู่ในลิสต์ที่ติดตามเสมอๆ อีแจอุค, ชินเยอึน และอีกเพียบ

เรื่องราวของ โดจีอึย ศัลยแพทย์ความงามผู้เก่งกาจที่อุทิศทั้งชีวิตให้กับการเรียน ถูกส่งไปประจำที่พยอนดงโด เกาะห่างไกลที่ไม่มีหมอคนไหนอยากไป และเขาเองก็มีบาดแผลส่วนตัวที่เกี่ยวกับทะเล จนไม่อยากสุ่มโดนพื้นที่อาสาที่ทะเลไหนทั้งสิ้น แต่แล้วบนเกาะนั้นเขาพบกับ ยุกฮารี พยาบาลลึกลับที่ย้ายมาจากเมืองด้วยเหตุผลที่ไม่มีใครรู้ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความรู้สึกดีๆ และการเยียวยาใจซึ่งกันและกัน

นอกเหนือจากเคสการรักษาที่เข้าถึงชาวบ้านตัวจริง เพราะล้วนเป็นกรณีชาวบ้านบนเกาะที่มีโรคภัยไข้เจ็บใกล้ตัวเรามากๆ ได้รู้อาการและวิธีการช่วยเหลือเบื้องต้น ก็ชวนให้เป็นซีรีส์ที่มีดีคู่ความรู้ ทั้งกลุ่มเสี่ยงหัวใจวายเฉียบพลัน เบาหวานกับแผลที่เท้า รวมไปถึงจริยธรรมจรรยาบรรณของแพทย์ผู้รักษาร่วมด้วย

แต่ก่อนที่จะไปเจาะเคสรักษา เรามีคำตอบประเด็นน่าสนใจของธีมหลักในซีรีส์ว่าระบบหมออาสาเกาหลีเป็นอย่างไร และระบบการรักษาพยาบาลของเกาหลีเป็นแบบไหน เพื่อเป็นพื้นความรู้ประกอบการดูซีรีส์

doctor-on-the-edge

หมออาสาที่ทำงานแลกการเข้ากรม มีระบบระเบียบอย่างไร

ผู้ชายเกาหลีต้องเกณฑ์ทหารรับใช้ชาติทุกคน แต่สำหรับนายแพทย์ที่ไม่ได้เป็นแพทย์ทหารประจำกองทัพอยู่แล้ว พวกเขาจะมีโอกาสเลือกว่าจะเกณฑ์ทหาร หรือจะไปทำงานในสถานีอนามัยพื้นที่ห่างไกลแทน

ระบบนี้เรียกว่า Public Health Doctor ที่จะส่งแพทย์ผู้ชายไปทำงานในพื้นที่ห่างไกล 36 เดือน หรือ 3 ปีเต็ม ซึ่งนานกว่าการเกณฑ์ทหารปกติที่ราวๆ 18-21 เดือน ซึ่งหากมองในมุมของคุณหมอหนุ่มๆ การไปทำงานในพื้นที่ห่างไกล บางทีพวกเขาคือแพทย์เพียงคนเดียวของอนามัยที่ต้องรับเคสทุกอย่างตรงหน้า แม้ว่าจะเรียนเฉพาะทางด้านใดมาก็ตาม นอกจากนี้ยังเป็นไปได้ว่ามีความขาดแคลนในด้านต่างๆ รวมไปถึงสัญญาณอินเทอร์เน็ต ร้านสะดวกซื้อเปิด 24 ชั่วโมง หรือห้างสรรพสินค้าใดๆ ที่ใช้จับจ่ายใช้สอย

ซึ่งระบบหมออาสาเกาหลีกำลังเป็นปัญหา เพราะจำนวนหมอที่สมัครเข้าระบบนี้ลดลงอย่างมาก จาก 1,962 คนในปี 2008 เหลือเพียง 1,048 คนในปี 2022 โดยเฉพาะภายหลังการประท้วงระหว่างรัฐบาลและแพทย์ในปี 2024 ที่ทำให้ระบบการผลิตแพทย์ล่าช้าลง ส่งผลให้พื้นที่ห่างไกลที่ขาดแคลนแพทย์อยู่แล้ว ยิ่งขาดแคลนหนักหนักกว่าปกติ

doctor-on-the-edge

ระบบการรักษาของเกาหลี ฟรี คนละครึ่ง หรือจ่าย

เกาหลีใต้ใช้ระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ NHIS (National Health Insurance Service) ครอบคลุมประชากรราว 97% ของประเทศ ส่วนที่เหลืออีก 3% เป็นกลุ่มประชากรรายได้น้อยที่รัฐช่วยเหลือให้รับบริการทางการแพทย์โดยแทบไม่มีค่าใช้จ่าย คล้ายกับ สปสช. ของประเทศไทย

โดยระบบประกันสุขภาพแห่งชาติของเกาหลี รัฐออกแบบช่วยเหลือประชาชน (ผู้เสียภาษี) โดยให้จ่ายเบี้ยประกันราคาถูก เช่น ในปัจจุบันเบี้ยประกันจะอยู่ราว 7.19% ของรายได้ต่อเดือน จ่ายร่วมระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ทำให้ในท้ายที่สุดค่าใช้จ่ายสำหรับประกันสุขภาพจะอยู่ประมาณ 3.6% ของเงินเดือน ซึ่งนับว่าราคาดีมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ

นอกจากนี้เมื่อเจ็บป่วยหนักหนาขึ้นมา รัฐบาลก็จะมาร่วมจ่าย หรือ Co-payment ตามความรุนแรงของโรคและระดับชั้นของโรงพยาบาล ทำให้คนเกาหลีใต้เกิน 70-80% ยังคงต้องซื้อประกันสุขภาพของเอกชนเพิ่มเติม

สำหรับผู้ที่ไม่สามารถจ่ายเบี้ยประกันได้ ซึ่งคิดเป็นราว 3% ของประชากรทั้งหมด รัฐบาลมีโครงการ Medical Aid ที่ให้บริการทางการแพทย์โดยแทบไม่มีค่าใช้จ่าย

ทำไมดูซีรีส์ให้ซีเรียสถึงสนใจเรื่องนี้

เพราะซีรีส์เรื่องนี้ไม่ได้แค่เอาหมอหน้าตาดีมาสู้ชีวิตบนเกาะสวยๆ แต่หยิบปัญหาเชิงระบบจริงๆ ที่กำลังถูกถกเถียงในสังคมเกาหลีมาตั้งคำถามว่า ในโลกที่หมอเก่งๆ เลือกได้ระหว่างโรงพยาบาลเอกชนในเมือง กับเกาะห่างไกลที่ไม่มีใครอยากไป แล้วใครจะคอยดูแลคนที่ระบบทิ้งไว้ข้างหลัง ในพื้นที่ห่างไกลเหล่านั้น

Doctor on the Edge ซีรีส์ 12 ตอน นำแสดงโดย อีแจอุค และ ชินเยอึน ออนแอร์ทุกวันจันทร์-อังคาร ซับไทยทาง Disney+

ติดตามเนื้อหาสนุกๆ ของ ‘ดูซีรีส์ให้ซีเรียส’ ได้ที่ช่องทางต่างๆ ดังนี้
Facebook: TheSeriousSeries.TH
Twitter: TheSeriousSerie
YouTube: The Serious Series
Website: Theseriousseries.com
สมัครสมาชิกเพื่อรับข่าวสารและสิทธิพิเศษก่อนใครได้ที่ Link นี้