
บทสัมภาษณ์ ซอคังจุน – อันอึนจิน ใน A Love Other Than Yours เบื้องหลังความรักและคนเคยรักกัน
มากกว่าสิบปี คือระยะเวลาที่มากพอจะทำให้ความรักที่เคยร้อนแรงกลายเป็นความคุ้นเคย และมากพอจะทำให้คนสองคนกลายเป็นเหมือนครอบครัวเดียวกันโดยไม่รู้สึกตื่นเต้นหัวใจเต้นแรงอีกแล้ว
แต่คำถามที่หลายคู่รักไม่กล้าถามตัวเองดังๆ ก็คือ สิ่งที่เหลืออยู่ตอนนี้ มันคือ ‘ความรัก’ หรือแค่ ‘ความเคยรัก’ กันแน่
A Love Other Than Yours (เมื่อหัวใจมีใครอีกคน) ซีรีส์เกาหลีที่พาเราไปตามติดชีวิตของ นัมกุงโฮ และ อีมีโด คู่รักที่คบกันมานานกว่า 10 ปี ผ่านวัยหนุ่มสาวที่ร้อนแรงที่สุดของชีวิต มาจนถึงจุดที่ควรจะก้าวต่อไปสู่การแต่งงานและสร้างครอบครัว แต่กลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่ไม่คาดคิด เมื่อหัวใจของอีมีโดเริ่มหวั่นไหวให้กับใครคนอื่น
สิ่งที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ดราม่ารักสามเส้าธรรมดา คือความกล้าตั้งคำถามที่คู่รักจริงๆ หลายคู่คงเคยแอบคิดในใจว่า ความจืดจางที่เกิดขึ้นหลังผ่านวันเวลามาด้วยกันนานๆ นั้น เป็นเพราะความรักมันเสื่อมสลายไปเอง เราไม่เคยรักกันตั้งแต่แรก แค่เป็นที่พึ่งพิงให้กันและกัน หรือเป็นเพราะตัวเราเองต่างหากที่เจอใครที่ใช่กว่า
เพื่อพาเราเจาะลึกความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนนี้ เราได้สัมภาษณ์พิเศษกับ ซอคังจุน และ อันอึนจิน สองนักแสดงนำผู้รับบทนัมกุงโฮและอีมีโด ถึงกระบวนการสร้างเคมีคู่รักที่คบกันมา 10 ปีให้ดูสมจริง และมุมมองส่วนตัวของพวกเขาที่มีต่อความรักระยะยาว หลังจากได้สวมบทบาทเป็นทั้งสองคนนี้

ทำไมคุณถึงคิดว่าเรื่องราวอย่าง A Love Other Than Yours ยังคงเข้าถึงผู้ชมในยุคปัจจุบันได้เสมอ
อันอึนจิน: คุณรู้ไหมคะว่าความรักเป็นเรื่องที่ยากเสมอ การที่เรารักใครสักคนมากจนหัวใจแทบสลาย จนมาถึงการทะเลาะกันมันทำให้เราเหนื่อยมากๆ แต่ถึงอย่างนั้น เรื่องเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่ทุกคนต่างเคยเจอมาก่อน จึงทำให้ผู้ชมรู้สึกเชื่อมโยงกับเรื่องราวได้ และฉันคิดว่านั่นคือเหตุผลที่ทำให้หลายๆ คนเข้าถึงเรื่องราวเหล่านี้ค่ะ
ซอคังจุน: ผมคิดว่าความรักเป็นสิ่งสำคัญสำหรับมนุษย์ หรือสำหรับมนุษยชาติโดยรวมเลยครับ ความรักมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งความรักระหว่างคนรัก ระหว่างคนในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน และอื่นๆ ความรักเป็นอารมณ์และเรื่องราวสากลที่คนทั่วโลกสามารถเข้าถึงและเข้าใจได้ ผมคิดว่านั่นคือเหตุผลที่หลายๆ คนชื่นชอบเรื่องราวความรักที่สมจริง และทำให้ซีรีส์ของเราสามารถทำให้ผู้ชมทั่วโลกหัวเราะและร้องไห้ไปพร้อมกันได้เลยครับ
พวกคุณสร้างเคมีของคู่รักที่คบกันมานาน 10 ปีให้ดูเป็นธรรมชาติก่อนเริ่มถ่ายทำได้อย่างไร
ซอคังจุน: ผมคิดว่าผมพยายามจินตนาการว่าตัวเองรู้จักมีโดเป็นอย่างดี รู้จักเธอในทุกแง่มุมเลยครับ ประมาณว่า “ตอนนี้เธอต้องกำลังคิดแบบนี้แน่ๆ สิ่งที่เธอชอบที่สุดก็คงเป็นแบบนี้ เธอทำหน้าแบบนั้น แสดงว่าเธอต้องกำลังรู้สึกแบบนี้แน่ๆ” ผมพยายามคิดว่าตัวเองเป็นคนที่รู้จักเธอดีที่สุด และมันก็ช่วยให้ผมถ่ายทอดตัวละครออกมาได้มากทีเดียวครับ
อันอึนจิน: สำหรับการถ่ายทอดเคมีของคู่รักที่คบกันมา 10 ปี สิ่งสำคัญคือเราต้องรู้สึกสบายใจเมื่ออยู่ด้วยกันค่ะ และในวันแรกที่ถ่ายทำ เราถ่ายฉากจูบที่เป็นช่วงเวลาที่ทั้งคู่ตกหลุมรักกันด้วย ฉันคิดว่าฉากนั้นช่วยละลายพฤติกรรมระหว่างเราได้มาก และหลังจากนั้นทุกอย่างก็ราบรื่นขึ้นค่ะ
ซอคังจุน: การที่พวกเขาใช้ชีวิตร่วมกันมาถึง 10 ปี หมายความว่าทั้งการกอด การจูบ หรือการจับมือกันต้องเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติมากๆ ครับ และหลังจากวันแรกที่ถ่ายทำ ผมคิดว่าเราเริ่มรู้สึกสบายใจเมื่ออยู่ด้วยกันมากขึ้นจริงๆ

ซอคังจุน รับบท นัมกุงโฮ ซึ่งถูกบรรยายว่าเป็นชายหนุ่มอัธยาศัยดีที่ชนะใจคนอื่นได้ภายในเวลาไม่กี่นาที แต่เราเชื่อว่ายังมีมุมอื่นๆ เกี่ยวกับตัวละครตัวนี้ที่รอให้เราค้นพบอีก อยากให้คุณพูดถึงตัวละครนี้และเสน่ห์ของเขาเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้ชมรู้จักอีกสักหน่อย
ซอคังจุน: เขาเป็นคนช่างคิดและใส่ใจคนอื่นมากครับ เขาเป็นคนที่มีทั้งอารมณ์และความคิดมากมายอยู่ภายใน แต่ไม่ค่อยแสดงสิ่งเหล่านั้นออกมาให้เห็นง่ายๆ ผู้ชมจะได้เห็นหลายฉากที่เขาดูเป็นมิตรมาก ขี้เล่น และตลก แต่จริงๆ แล้วนั่นไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของเขาครับ มันคือหน้ากากที่เขาสวมไว้เมื่อต้องอยู่ในสังคม เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสังคมและเอาตัวรอด
ส่วนตัวตนที่แท้จริงของเขา โลกภายในของเขากลับค่อนข้างว่างเปล่าและโดดเดี่ยว แม้ว่าเขาจะมีอีมีโด คนที่เขารักมากอยู่เคียงข้าง แต่เขาก็ยังรู้สึกว่างเปล่า หลงทาง และสับสนอยู่มากครับ ผมจึงพยายามคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้อยู่เสมอขณะถ่ายทอดตัวละครนี้
เราเคยเห็นคุณในผลงานแนวโรแมนติกอย่าง When the Weather Is Fine และคุณก็โดดเด่นในงานแอ็กชันอย่าง Undercover High School มาแล้ว ครั้งนี้คุณกลับมาเล่นแนวโรแมนติกอีกครั้ง ถ้าให้เลือกระหว่างสองแนวนี้ คุณชอบแนวไหนมากกว่ากัน
ซอคังจุน: ผมเริ่มชอบแนวโรแมนติกมากกว่าครับ ผมเคยผ่านช่วงเวลาที่ไม่ง่ายอย่างการถ่ายทำฉากแอ็กชันในช่วงที่อากาศร้อนมากๆ แน่นอนว่าแนวแอ็กชันก็มีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง ทั้งดูเข้มข้นและน่าตื่นเต้น แต่มันอาจจะเหนื่อยไปหน่อยครับ ผมเลยชอบแนวโรแมนติกมากกว่า
อีกอย่าง สิ่งที่ดีที่สุดของแนวโรแมนติกคือทุกคนสามารถรู้สึกเชื่อมโยงกับเรื่องราวได้ครับ แอ็กชันไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของเรา แต่ความรักเป็นเรื่องที่ผู้คนเข้าถึงได้ง่าย และสำหรับผมเองก็ทำความเข้าใจความรู้สึกและมุมมองของตัวละครได้ง่ายเช่นกันครับ

อันอึนจิน คุณรับบทเป็นตัวละครผู้หญิงที่เขียนมาอย่างดีและมีความหลากหลายมาโดยตลอด อะไรคือสิ่งสำคัญสำหรับคุณในการเลือกบทบาทที่จะแสดง
อันอึนจิน: ฉันคิดว่าที่ผ่านมาฉันได้รับบทเป็นตัวละครผู้หญิงที่แข็งแกร่งและเด็ดเดี่ยวอยู่หลายครั้ง เป็นผู้หญิงที่มีพลังและสามารถก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิตได้ และฉันคิดว่ามีโดเองก็เป็นตัวละครแบบนั้นค่ะ
ชีวิตของมีโดในเรื่องเริ่มต้นขึ้นด้วยความยากลำบาก เพราะหน้าที่การงานของเธอไม่ค่อยเป็นไปด้วยดี และความสัมพันธ์กับแฟนหนุ่มก็ตกอยู่ในภาวะชะงักงัน แต่มีโดก็เหมือนกับตัวละครอื่นๆ ที่ฉันเคยรับบท เธอไม่พยายามหลีกหนีจากปัญหาเหล่านี้ แต่เลือกที่จะเผชิญหน้ากับมันอย่างเต็มที่และเดินหน้าต่อไปค่ะ ฉันรู้สึกว่าได้รับพลังมากมายจากการได้เล่นเป็นมีโดในแบบที่เธอเป็นค่ะ
เพราะฉะนั้นฉันคิดว่าตัวเองมักจะดึงดูดเข้าหาตัวละครผู้หญิงที่มีลักษณะประมาณนี้เอง เป็นผู้หญิงที่มีจุดยืนที่ชัดเจน กล้าเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง ไม่หวาดกลัว และไม่ลังเลที่จะก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ ฉันคิดว่าคุณสมบัติเหล่านี้เป็นสิ่งที่ฉันมองหาเวลาตัดสินใจเลือกรับงานค่ะ
ตัวละครอีมีโดใช้ชีวิตอยู่กับการสร้างสรรค์เรื่องราวต่างๆ หากเธอได้สร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับชีวิตรักของตัวเอง คุณคิดว่าหนังเรื่องนั้นจะเป็นแนวไหน
อันอึนจิน: ฉันคิดว่าถ้าอีมีโดเป็นคนเขียนบท แต่ละตอนก็คงจะเป็นเรื่องราวคนละแนวกันไปค่ะ แต่ฉันคิดว่าแนวที่อีมีโดอยากเขียนจริงๆ น่าจะเป็นเรื่องราวความรักของคู่รักสูงวัย ฉันคิดว่าเธอคงเขียนเรื่องนี้โดยมีนัมกุงโฮอยู่ในใจค่ะ เป็นเรื่องราวของคู่รักสูงวัยที่ใช้ช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตอยู่ด้วยกัน ฉันคิดว่ามีโดคงอยากเขียนเรื่องราวแบบนั้น เพราะเธอจะรักนัมกุงโฮไปจนถึงวันสุดท้ายค่ะ

เรื่องราวความรักส่วนใหญ่มักเริ่มต้นจากแรงดึงดูด แต่เรื่องนี้กลับเริ่มต้นขึ้นในช่วงเวลาที่สายกว่านั้นมาก หลังจากที่ทั้งสองคนคบกันมา 10 ปี และต่างก็กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของกันและกัน แล้วพวกคุณสร้างเรื่องราวร่วมกันที่ผู้ชมสามารถสัมผัสได้อย่างไร โดยที่ผู้ชมไม่ได้เห็นช่วงเวลา 10 ปีเหล่านั้นด้วยตัวเอง
ซอคังจุน: ผมคิดว่าเส้นทางของอารมณ์เป็นสิ่งที่สำคัญมากครับ จากช่วงเวลาทั้งหมดที่พวกเขาใช้ร่วมกัน พวกเขาเคยผ่านบางสิ่งบางอย่างมาด้วยกันในอดีต และแทบจะเติบโตมาด้วยกันตลอดหลายปีที่ผ่านมา เรื่องราวเบื้องหลังเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในวัยเด็ก การไปโรงเรียนด้วยกัน หรือการเคยแกล้งกัน ผมคิดว่าสำคัญมาก ผมจึงพยายามจินตนาการเรื่องราวเหล่านั้นไว้ในหัว และก่อนเริ่มถ่ายทำ ผมถึงขั้นเขียนไดอะรี่ของแต่ละช่วงชีวิตของพวกเขาเลยครับ ซึ่งช่วยให้ผมเข้าถึงความคิดและความรู้สึกของตัวละครได้มากจริงๆ
อันอึนจิน: อย่างที่คังจุนพูดเลยค่ะ การทำให้ผู้ชมรู้สึกถึงความสัมพันธ์ตลอด 10 ปีได้ทันทีที่เริ่มดูซีรีส์เป็นเรื่องสำคัญมาก มีความทรงจำบางอย่างที่ทั้งคู่มีร่วมกันมาตั้งแต่เด็กๆ ดังนั้นคังจุนกับฉันจึงพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องราวเบื้องหลังเหล่านั้นค่อนข้างมาก เพื่อช่วยละลายพฤติกรรมกันตั้งแต่แรกค่ะ และฉันคิดว่าพอเราเริ่มถ่ายทำ เราก็เข้าขากันได้ทันที และเริ่มมีบรรยากาศของคู่รักที่คบกันมานานตั้งแต่ตอนนั้นเลยค่ะ ฉันค่อนข้างมั่นใจว่าผู้ชมจะเชื่อในความสัมพันธ์ของพวกเขาได้ตั้งแต่เริ่มเรื่องเลยค่ะ
ซีรีส์เรื่องนี้ตั้งคำถามว่า เป็นไปได้ไหมที่เราจะรักใครสักคนอย่างลึกซึ้ง แต่ในขณะเดียวกันก็ยังสามารถหวั่นไหวให้กับคนอื่นได้ คุณคิดว่าซีรีส์เรื่องนี้ท้าทายมุมมองเกี่ยวกับความรักและความผูกพันอย่างไรบ้าง
ซอคังจุน: ผมคิดว่าซีรีส์เรื่องนี้ถ่ายทอดเรื่องราวความรักออกมาอย่างสมจริงและตรงไปตรงมา เป็นเรื่องราวของความรู้สึกที่จริงใจและจับต้องได้ ซึ่งหลายคนน่าจะเชื่อมโยงกับตัวเองได้ และในขณะเดียวกันก็เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการเติบโตของแต่ละคนด้วยครับ
อันอึนจิน: ฉันก็คิดคล้ายกันค่ะ ทั้งสองคนรักกันมากและจริงจังกับความสัมพันธ์ของพวกเขา แต่ในขณะเดียวกันก็มีช่วงเวลาสั้นๆ ที่ต่างฝ่ายต่างรู้สึกหวั่นไหวให้กับคนอื่น พวกเขาอาจทำผิดพลาดบ้าง แต่ก็ยังพยายามอย่างมากที่จะรักษาและปกป้องความสัมพันธ์ของตัวเองเอาไว้ ฉันจึงอยากให้ทุกคนติดตามดูว่าพวกเขาจะจัดการกับเรื่องเหล่านี้และรักษาความสัมพันธ์เอาไว้ได้อย่างไรค่ะ

หลังจากรับบทเป็นนัมกุงโฮและอีมีโด มุมมองของคุณที่มีต่อสิ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์ระยะยาวดำเนินต่อไปได้เปลี่ยนไปไหม
ซอคังจุน: ผมเคยคิดว่าความสัมพันธ์จะไปต่อได้ เราต้องยังคงมีความรู้สึกโรแมนติกให้กับอีกฝ่ายอยู่เสมอครับ แต่หลังจากได้ดูความสัมพันธ์ของนัมกุงโฮกับอีมีโด ผมเริ่มรู้สึกต่างออกไป มันไม่ใช่แค่ความรู้สึกโรแมนติกเท่านั้น แต่พวกเขาแทบจะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว และนี่ก็เป็นความรักอีกรูปแบบหนึ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์ดำเนินต่อไปได้
ผมคิดว่าในที่สุดผมก็เข้าใจว่าคนเราหมายถึงอะไร เวลาพูดว่าหลังแต่งงานแล้วเราจะกลายเป็นครอบครัวเดียวกันอย่างแท้จริง และทำให้ผมเข้าใจว่าการที่คนเราจะเผลอมีความรู้สึกให้คนอื่นในช่วงเวลาหนึ่งนั้นสามารถเกิดขึ้นได้จริง ถึงแม้เราอาจจะอยากพูดว่า “ทำแบบนั้นได้ยังไง?” แต่มันก็เป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ในชีวิตจริงครับ
อันอึนจิน: ฉันยังคิดว่าเราต้องมีความรักค่ะ เพราะท้ายที่สุดแล้วมันก็คือความรัก ความรักสามารถมาในรูปแบบและลักษณะที่แตกต่างกัน และเราก็ต้องยอมรับมันค่ะ
ตอนที่เราเริ่มตกหลุมรักกัน เราอาจรู้สึกใจเต้นหรือมีผีเสื้อบินอยู่ในท้อง แต่ความรู้สึกนั้นอาจค่อยๆ จางลงตามกาลเวลา และความสัมพันธ์ก็จะมั่นคงมากขึ้น เมื่อแต่งงานกัน เราอาจมีความรักในอีกรูปแบบหนึ่ง เราจะได้เห็นอีกฝ่ายในวันที่ดีที่สุดและวันที่แย่ที่สุด อาจมีทะเลาะกันบ้างเป็นครั้งคราว แต่สุดท้ายเราก็จะเติบโตไปด้วยกันในฐานะเพื่อนค่ะ ฉันคิดว่านี่เป็นเรื่องธรรมชาติ และเราก็แค่ต้องยอมรับมันไว้ค่ะ
จริงๆ แล้วฉันแอบอิจฉาเวลาได้ฟังเพื่อนที่แต่งงานแล้วพูดถึงชีวิตคู่ของพวกเขานะคะ มันจะวิเศษแค่ไหนที่ได้มีคนที่เรารักที่สุดในโลกมาเป็นครอบครัว เป็นคนที่เราสามารถพึ่งพิงได้ ฉันยังโสดอยู่ค่ะ แต่ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องที่สวยงามมาก และฉันได้ตระหนักว่าการรักษาความสัมพันธ์หนึ่งเอาไว้นั้นเป็นเรื่องยากแค่ไหน และต้องอาศัยความพยายามอย่างไม่มีที่สิ้นสุดจากคนทั้งสองฝ่ายค่ะ
ติดตามเนื้อหาสนุกๆ ของ ‘ดูซีรีส์ให้ซีเรียส’ ได้ที่ช่องทางต่างๆ ดังนี้
Facebook: TheSeriousSeries.TH
Twitter: TheSeriousSerie
YouTube: The Serious Series
Website: Theseriousseries.com
สมัครสมาชิกเพื่อรับข่าวสารและสิทธิพิเศษก่อนใครได้ที่ Link นี้



