
Frankenstein (2025) ปมโอดิปุส บทกวีแห่งความโดดเดี่ยว และอสุรกายในร่างมนุษย์
นี่คือคำถามของ Frankenstein ทุกยุคทุกสมัย และ กีเยร์โม เดล โตโร หยิบมันมาขยายความอย่างทรงพลัง จนถึงตอนนี้ที่เวอร์ชันปี 2025 ได้รับคำนิยมว่าเป็น Frankenstein ที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่ง
ดูซีรีส์ให้ซีเรียส ดูหนังจบแล้ว แต่ข้างในยังไม่จบ ตื่นมายังคงนึกถึงความซับซ้อนในเรื่องราว จนได้ออกมาเป็นบทความเกี่ยวกับปม ‘โอดิปุส’ เรื่องของผู้สร้างที่กลายเป็นผู้ทำลาย และรวบรวมมุมมองของ เดล โตโร เกี่ยวกับเรื่องนี้

ปมโอดิปุสใน Frankenstein: ลูกที่อยากฆ่าพ่อ หรือพ่อที่ทำลายลูก?
ซิกมันด์ ฟรอยด์ อธิบายปมโอดิปุส (Oedipus complex) ว่าเป็นแรงขัดแย้งในจิตใต้สำนึกของลูกชายที่อยากแทนที่พ่อ เพื่อครอบครองความรักของแม่ แต่ใน Frankenstein ของ เดล โตโร วิธีตีความพลิกกลับด้านอย่างเจ็บแสบ
ใครที่ได้ดู Frankenstein (2025) แล้วคงนึกออก ในความสัมพันธ์ที่มีต่อกันระหว่างพ่อ-ลูก ไล่ตั้งแต่
– วิกเตอร์ แฟรงเกนสไตล์ ในวัยเด็กสนิทกับแม่ ส่วนพ่อเป็นสิ่งที่เขาเกรงกลัว และเหตุการณ์เลวร้ายในชีวิตทำให้เขาตั้งใจจะเป็นแพทย์ที่เก่งกว่าพ่อ เพื่อแสดงให้เห็นว่าตนอยู่เหนือกว่า
– ความโกรธแค้น ความโดดเดี่ยว การถูกละเลย ทำให้เมื่อวิกเตอร์เองโตเป็นผู้ใหญ่ เขาจึงอยากเป็น ‘พ่อผู้สร้าง’ ที่พยายามสร้างชีวิตใหม่โดยไม่พึ่งพาเพศแม่และพระเจ้า ฉากแรกๆ น่าจะจำได้ว่ามีความขัดแย้งเมื่อเขาเสนอแนวคิดนี้ แต่ไม่ได้รับการตอบรับ เพราะคนเรามีเกิดย่อมต้องมีตาย ตามกฎธรรมชาติของมนุษย์
– Creature สิ่งมีชีวิตที่วิกเตอร์สร้างขึ้นมา จึงเป็นเหมือน ‘ลูกชาย’ ที่เกิดจากการขัดขืนกฎของธรรมชาติ อาจไม่รู้ตัว วิกเตอร์วนเวียนในบ่วงของปมโอดิปุส และกำลังผลิตซ้ำการผลักไสลูกชายของตนไม่ต่างกัน
– Creature คือผลลัพธ์ของการกระทำนี้ ลูกที่เกิดโดยไม่มีแม่ ไม่ได้รับความรัก และยังถูกทอดทิ้ง เพราะฉะนั้นการที่เขาตามไล่ล่าผู้สร้างของตนจึงไม่ใช่แค่การแก้แค้น แต่คือการทวงสิทธิ์ในการมีตัวตน เป็นการต่อสู้ของลูกที่พ่อไม่ยอมรับ ลูกที่พ่อไม่เคยคิดว่ามีหัวใจ

การกลับหัวของภาพ ‘อสูร’ เมื่อผู้สร้างกลายเป็นผู้ทำลาย
สิ่งที่ดีงามของ Frankenstein (2025) คือการลบเส้นแบ่งระหว่าง ‘มนุษย์’ กับ ‘อสุรกาย’ เพราะสำหรับ เดล โตโร งานของเขามักจะตีความสัตว์ประหลาดในเชิงสังคม ศีลธรรม และความมีชีวิตจิตใจ มากกว่ารูปลักษณ์ภายนอก
ในสายตาของผู้คน Creature คือปีศาจที่ต้องทำลายให้สิ้นซาก แต่ในสายตาของพวกเราที่เป็นผู้ชม เขาคือ ‘มนุษย์ที่สุด’ ในเรื่อง ถ้ายังพอจะจำได้ ฉากที่ Creature มองร่างของตัวเองในกระจก เขาไม่ได้หวาดกลัวรูปลักษณ์นั้น แต่กลับหวาดกลัวสายตาของโลกที่ไม่เคยมองเห็นความเป็นคนในตัวเขา
ตรงกันข้ามกับวิกเตอร์ จากคนดีๆ กลับสูญเสียความเป็นมนุษย์ นั่นเพราะเขาหมกมุ่นกับการเอาชนะความตายและพยายามพิสูจน์ความยิ่งใหญ่ของตัวเอง นี่คือการพลิกกลับที่ เดล โตโร ซ่อนระหว่างบรรทัดไว้ในงานของเขา
วิกเตอร์พยายามปฏิเสธสิ่งที่เขาสร้าง และทุกๆ อย่างรอบตัวเขาเริ่มพังทลาย ความหลงอำนาจและความกลัวสูญเสียการควบคุม ทำให้เขากลายเป็นสิ่งเดียวกับที่เขาเกลียด “สิ่งที่เราสร้างขึ้นนั้นเป็นเงาสะท้อนของเราทั้งหมด”
ในที่สุด มนุษย์ที่ลืมความเป็นมนุษย์ต่างหาก คืออสุรกายตัวจริง

มุมมองของ กีเยร์โม เดล โตโร กับ Frankenstein
“สำหรับผม Frankenstein ไม่ใช่เรื่องของความตายหรือวิทยาศาสตร์ แต่คือเรื่องของ ความโดดเดี่ยวของการถูกปฏิเสธโดยผู้ให้กำเนิด”
เดล โตโร ให้สัมภาษณ์กับ Netflix เอาไว้ เขาหลงใหล Creature สัตว์ประหลาดของแฟรงเกนสไตน์ มาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ตอนที่ยังอยู่ในเม็กซิโก
“ผมอยู่กับสิ่งมีชีวิตที่แมรี เชลลีย์ สร้างขึ้นมาตลอดชีวิต สำหรับผม Frankenstein เต็มไปด้วยคำถามที่ลุกโชนอยู่ในจิตวิญญาณของผม คำถามเกี่ยวกับการดำรงอยู่ อ่อนโยน ดุร้าย และคำถามที่ถูกกำหนดไว้แล้ว ซึ่งจะลุกโชนอยู่ในจิตใจที่เยาว์วัยเท่านั้น มันคือคัมภีร์ไบเบิล แต่ผมต้องการจะสร้างมันให้เป็นของตัวเอง ร้องเพลงนี้กลับไปในคีย์ที่แตกต่างด้วยอารมณ์ที่แตกต่าง”
สำหรับ เดล โตโร Frankenstein คือ ‘การถูกปฏิเสธโดยผู้ให้กำเนิด’ ไม่ต่างจากประสบการณ์ชีวิตของเขาเองที่มักรู้สึกว่าเป็นคนนอกในโลกภาพยนตร์ ดังนั้น Creature จึงเป็นตัวแทนของศิลปินที่แตกต่าง ถูกผลักออกจากสังคม แต่เขายังพยายามแสวงหาความเข้าใจและตัวตนของตัวเอง
นั่นอาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ เดล โตโร ยังคงเล่าเรื่องของอสุรกาย/สัตว์ประหลาด ด้วยสายตาแห่งความรักในโลกที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง
Frankenstein (2025) จึงไม่ใช่แค่หนังสยองขวัญ แต่คือบทกวีแห่งความโดดเดี่ยวที่เขาอยากให้โลกได้ยิน
ติดตามเนื้อหาสนุกๆ ของ ‘ดูซีรีส์ให้ซีเรียส’ ได้ที่ช่องทางต่างๆ ดังนี้
Facebook: TheSeriousSeries.TH
Twitter: TheSeriousSerie
YouTube: The Serious Series
Website: Theseriousseries.com
สมัครสมาชิกเพื่อรับข่าวสารและสิทธิพิเศษก่อนใครได้ที่ Link นี้



